เมื่อมะเร็งกระจายมาที่กระดูก: ต้อง "อด" หรือต้อง "อัด" สารอาหาร? ความจริงเรื่องปากท้องที่คนไข้และญาติมักเข้าใจผิด

 



เมื่อมะเร็งกระจายมาที่กระดูก: ต้อง "อด" หรือต้อง "อัด" สารอาหาร? ความจริงเรื่องปากท้องที่คนไข้และญาติมักเข้าใจผิด

วันนี้หมอมีเรื่องสำคัญที่อยากชวนคุย เป็นเรื่องที่หมอเจอแทบทุกวันที่คลินิก และเป็นเรื่องที่สร้างความลำบากใจให้กับทั้งคนไข้และญาติมากที่สุดเรื่องหนึ่ง นั่นคือเรื่องของ "การกิน" ครับ

มีคุณลุงท่านหนึ่ง สมมติว่าชื่อ "คุณลุงสมชาย" เดินประคองตัวเข้ามาในห้องตรวจพร้อมกับลูกสาว คุณลุงมีปัญหามะเร็งปอดที่กระจายมาที่กระดูกสันหลัง ทำให้มีอาการปวดหลังและเดินลำบาก แต่สิ่งที่ทำให้หมอตกใจไม่ใช่เรื่องกระดูกครับ แต่เป็นสภาพร่างกายของคุณลุงที่ดูซูบผอม แก้มตอบ และดูไม่มีแรงเลย

หมอถามว่า: "คุณลุงครับ ช่วงนี้ทานข้าวได้ไหมครับ น้ำหนักลดไปเยอะเลย?"

คุณลุงยังไม่ทันตอบ ลูกสาวรีบตอบแทนด้วยความหวังดีว่า: "คุณพ่อทานได้น้อยค่ะหมอ เพราะหนูคุมอาหารให้คุณพ่อเคร่งครัดมาก งดเนื้อสัตว์ทุกชนิด งดไข่ งดของหวาน งดแป้งขัดขาว ให้ทานแต่น้ำผักปั่นกับข้าวกล้องต้ม เพราะกลัวว่าถ้ากินของดีๆ เข้าไป จะไปเลี้ยงเซลล์มะเร็งให้โตเร็วค่ะ"

หมอฟังแล้วต้องรีบขออนุญาตจับมือคุณลุงและลูกสาว แล้วเชิญให้นั่งคุยกันยาวเลยครับ เพราะนี่คือ "ความรักที่มาพร้อมกับความเข้าใจผิด" ซึ่งอาจจะส่งผลร้ายกว่าตัวโรคมะเร็งเสียอีก

มะเร็งกระจายไปกระดูก คืออะไร?

ก่อนจะคุยเรื่องอาหาร เรามาทำความเข้าใจโรคนี้กันแบบง่าย ๆ ก่อนครับ

มะเร็งกระจายไปกระดูก (Metastatic Bone Disease) ไม่ใช่ "โรคมะเร็งกระดูก" ที่เกิดขึ้นเองที่กระดูกนะครับ แต่คือเซลล์มะเร็งจากอวัยวะอื่น เช่น ปอด เต้านม ต่อมลูกหมาก หรือไต ที่มันหลุดรอดเข้ากระแสเลือด แล้วเดินทางมา "ฝังตัว" และ "เติบโต" ที่กระดูก เหมือนวัชพืชที่ปลิวมาตกในกระถางต้นไม้ใหม่

เมื่อมันมาอยู่ที่กระดูก มันจะทำลายเนื้อกระดูก ทำให้กระดูกบาง เปราะ และหักง่าย แม้จะแค่บิดตัวหรือจามแรง ๆ ก็ตาม นอกจากนี้ยังทำให้เกิดอาการปวดลึก ๆ ปวดทรมาน โดยเฉพาะเวลากลางคืน

ทำไมคนไข้มะเร็งถึง "ห้ามอดอาหาร"?

หลายคนมีความเชื่อฝังใจว่า "ถ้าเรากินดี มะเร็งก็กินด้วย ถ้าเราอด มะเร็งก็อดตาย"

หมอขอเรียนตามตรงด้วยความเป็นห่วงครับว่า "ไม่จริง"

ธรรมชาติของเซลล์มะเร็ง มันคือเซลล์นักเลงครับ มันแย่งอาหารเก่งมาก ถ้าเรากินอาหารเข้าไปไม่พอ มะเร็งมันไม่ได้หยุดโตนะครับ แต่มันจะสร้างสารเคมีบางอย่างไปสั่งให้ร่างกายเรา "สลายกล้ามเนื้อและไขมันออกมาเป็นพลังงาน" ให้มันกิน

ผลที่ตามมาคืออะไรทราบไหมครับ? ตัวก้อนมะเร็งโตเอา ๆ แต่ตัวคนไข้กลับผอมแห้ง กล้ามเนื้อลีบ ไม่มีแรงเดิน ภูมิคุ้มกันตก เลือดจาง แผลกดทับถามหา และที่สำคัญคือ "ร่างกายอ่อนแอจนรับการรักษาต่อไม่ไหว"

การให้ยาเคมีบำบัด หรือการฉายแสง ต้องใช้ร่างกายที่แข็งแรงพอสมควรครับ ถ้าผลเลือดไม่ผ่าน เกล็ดเลือดต่ำ เม็ดเลือดขาวต่ำ หมอเจ้าของไข้ก็ให้ยาไม่ได้ การรักษาก็สะดุด

โจทย์สำคัญ: อาหารสำหรับคนไข้มะเร็งกระดูก

สำหรับคนไข้ที่มีการกระจายของโรคมาที่กระดูก เป้าหมายของการทานอาหารคือ:

  1. คงน้ำหนักตัวและมวลกล้ามเนื้อให้ได้มากที่สุด
  2. เสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกที่ยังเหลืออยู่
  3. ซ่อมแซมเซลล์ปกติที่บาดเจ็บจากการรักษา

แล้วเราต้องกินอย่างไร? มีอะไรที่ต้องระวังเป็นพิเศษไหม? หมอสรุปเป็นข้อ ๆ ให้เข้าใจง่ายดังนี้ครับ

1. โปรตีน: พระเอกขี่ม้าขาวที่ห้ามขาด

ลืมความเชื่อที่ว่า "โปรตีนเลี้ยงมะเร็ง" ไปก่อนนะครับ เพราะในความเป็นจริง โปรตีนคือวัตถุดิบในการสร้างเม็ดเลือดและภูมิคุ้มกัน

คนไข้กลุ่มนี้ต้องการโปรตีนสูงกว่าคนทั่วไปเกือบ 2 เท่า เพื่อไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ

  • กินอะไรดี: ไข่ต้ม (โดยเฉพาะไข่ขาว กินวันละ 2-3 ฟองได้เลย), เนื้อปลา, อกไก่, เนื้อหมูไม่ติดมัน, เต้าหู้, ถั่วต่างๆ
  • ข้อควรระวัง: ต้องปรุง "สุก สะอาด 100%" เท่านั้น ห้ามทาน สุกๆ ดิบๆ เด็ดขาด เพราะภูมิคุ้มกันคนไข้มักจะไม่ดี เสี่ยงต่อการติดเชื้อในกระแสเลือดได้ง่ายมาก

2. แคลเซียม: ดาบสองคมที่ต้องระวัง

ข้อนี้สำคัญมาก และเป็นจุดที่แตกต่างจากคนทั่วไปครับ

ปกติเราจะบอกให้คนทานแคลเซียมเยอะ ๆ บำรุงกระดูกใช่ไหมครับ แต่สำหรับคนไข้มะเร็งกระจายไปกระดูก บางครั้งจะมีภาวะ "แคลเซียมในเลือดสูง" (Hypercalcemia) อยู่แล้ว เพราะกระดูกถูกมะเร็งทำลายจนแคลเซียมละลายออกมาในกระแสเลือด

  • คำแนะนำ:
    • อาหารธรรมชาติ: ทานได้ตามปกติครับ เช่น นม ปลาตัวเล็กตัวน้อย ผักใบเขียว อาหารพวกนี้ร่างกายจะดูดซึมไปใช้เท่าที่จำเป็น ไม่ค่อยทำให้แคลเซียมเกิน
    • ยาเม็ดแคลเซียม: "ต้องปรึกษาแพทย์เจ้าของไข้ก่อนเสมอ" อย่าซื้อทานเองเด็ดขาด เพราะถ้าแคลเซียมในเลือดสูงอยู่แล้ว แล้วไปเติมเข้าไปอีก อาจทำให้ไตวาย หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือซึมสับสนได้ครับ

3. น้ำตาลและแป้ง: เดินสายกลาง

น้ำตาลไม่ได้เป็นยาพิษขนาดนั้นครับ แต่การทานน้ำตาลทราย หรือของหวานจัด ๆ ปริมาณมาก ก็กระตุ้นการอักเสบในร่างกายได้

  • เปลี่ยนวิธีคิด: ไม่ต้องงดแป้งครับ เพราะคนไข้ต้องการพลังงาน แต่ให้เปลี่ยนจาก "ข้าวขาว/ขนมปังขาว" มาเป็น "ข้าวกล้อง ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ธัญพืช" แทน
  • หากคนไข้เบื่ออาหารมาก ทานอะไรไม่ได้เลย การให้ดื่มน้ำหวาน หรือทานขนมที่ชอบบ้างเพื่อให้มีแรงและสดชื่นขึ้น ก็เป็นสิ่งที่อนุโลมได้ครับ ดีกว่าปล่อยให้คนไข้ขาดสารอาหารจนช็อก

4. อาหารต้องห้าม (ของจริง)

สิ่งที่ต้องจำกัด หรือ "ห้าม" จริงๆ สำหรับคนไข้กลุ่มนี้ ไม่ใช่เนื้อสัตว์ครับ แต่คือ:

  1. ของหมักดอง: ปลาร้าดิบ แหนมดิบ ผักดอง เพราะเสี่ยงเชื้อโรคและพยาธิ
  2. อาหารสุกๆ ดิบๆ: กุ้งแช่น้ำปลา ลาบเลือด ซูชิปลาดิบ (ช่วงที่ให้คีโมควรงดก่อน)
  3. ยาสมุนไพร/ยาต้ม/ยาลูกกลอนที่ไม่ได้มาตรฐาน: ข้อนี้หมอขอนะครับ หลายครั้งยาสมุนไพรที่โฆษณาว่ารักษามะเร็ง อาจมีสเตียรอยด์ปนเปื้อน หรือมีผลข้างเคียงต่อตับและไต ทำให้ตับอักเสบ ไตวาย จนรับยาแผนปัจจุบันต่อไม่ได้ เสียโอกาสในการรักษาไปอย่างน่าเสียดาย
  4. แอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่: ตัวทำลายกระดูกและลดประสิทธิภาพยา

การดูแลตัวเองและการรักษา

เมื่อมะเร็งมาที่กระดูก การรักษาเปลี่ยนไปตามอาการครับ ไม่ใช่ว่าเป็นระยะแพร่กระจายแล้วจะทำอะไรไม่ได้เลย เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีการรักษาดีขึ้นมากครับ

  • ยา: มียาฉีดกลุ่มพิเศษที่ช่วยเคลือบกระดูก ลดการทำลายกระดูก ช่วยลดอาการปวด และลดโอกาสกระดูกหักได้ดีมาก
  • ฉายแสง: ช่วยลดปวดได้ดีเยี่ยม
  • การผ่าตัด: หมอจะพิจารณาผ่าตัดดามเหล็ก ก็ต่อเมื่อกระดูกท่อนนั้นดูท่าทางจะรับน้ำหนักไม่ไหว ใกล้จะหัก หรือหักไปแล้ว เพื่อให้คนไข้ลุกนั่ง ยืน เดิน ได้ ช่วยเหลือตัวเองได้ ไม่ต้องนอนติดเตียง

สรุป: กินให้อิ่ม นอนให้หลับ คือยาวิเศษ

สำหรับคนไข้และญาติที่กำลังต่อสู้กับโรคนี้อยู่ หมอขอเป็นกำลังใจให้นะครับ

อย่าให้ "ความกลัว" มาจำกัด "ความสุขในการกิน" ของคนไข้ การที่คนไข้ได้ทานอาหารอร่อย ๆ ที่ชอบ ปรุงสุกใหม่ สะอาด ร่วมโต๊ะกับลูกหลานอย่างมีความสุข สิ่งนี้ช่วยสร้าง "สารความสุข" (Endorphin) ที่ช่วยลดความเจ็บปวดและเสริมภูมิคุ้มกันได้ดีกว่ายาตัวไหน ๆ ครับ

จำไว้เสมอว่า "กองทัพต้องเดินด้วยท้อง" เราต้องกายร่างที่แข็งแรง เพื่อเป็นฐานทัพให้คุณหมอส่งยาเข้าไปสู้กับโรค ถ้าฐานทัพพังเพราะขาดอาหาร จะเอากำลังที่ไหนไปรบ จริงไหมครับ?

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng

#มะเร็งกระดูก #มะเร็งแพร่กระจาย #อาหารผู้ป่วยมะเร็ง #ปวดหลัง #กระดูกหัก #โภชนาการบำบัด #ดูแลผู้สูงอายุ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #กระดูกพรุน #สุขภาพผู้สูงวัย

Comments

Popular posts from this blog

คนไข้มะเร็งปอด หกล้มสะโพกหัก... ผ่าตัดได้ไหม? หรือต้องนอนติดเตียงไปตลอดชีวิต?

ปวดหลังธรรมดา VS มะเร็งกินกระดูก... แยกให้ออกก่อนสาย! สัญญาณเตือนภัยที่ห้ามมองข้าม